ต่อมลูกหมากอักเสบคืออะไร ต่างจากต่อมลูกหมากโต
ต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis) คือการอักเสบของต่อมลูกหมาก ต่างจากต่อมลูกหมากโต (BPH)ตรงที่พบในผู้ชายอายุน้อยถึงวัยกลางคนได้ (ไม่ใช่เฉพาะสูงวัย) และมักมีอาการปวดร่วมด้วย ไม่ใช่แค่ปัสสาวะลำบาก
อาการที่พบบ่อย
- ปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน หว่างขา ท้องน้อย หรือหลังส่วนล่าง
- ปัสสาวะแสบ ขัด บ่อย หรือปัสสาวะกลางคืน
- ปวดหรือไม่สบายขณะหลั่ง
- ถ้าเป็นชนิดติดเชื้อเฉียบพลันอาจมีไข้ หนาวสั่น ซึ่งควรรีบพบแพทย์
สาเหตุและชนิดของต่อมลูกหมากอักเสบ
แบ่งกว้าง ๆ เป็น ชนิดติดเชื้อแบคทีเรีย (เฉียบพลันหรือเรื้อรัง) และ ชนิดไม่ติดเชื้อ (กลุ่มอาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง — CPPS ซึ่งพบบ่อยที่สุด) ปัจจัยกระตุ้นมีทั้งการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ความเครียด การนั่งนาน และกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานตึงตัว
การรักษาและเมื่อไรพบแพทย์
รักษาตามชนิด: ถ้าติดเชื้อใช้ยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่ง; ชนิดไม่ติดเชื้อมักใช้ยาบรรเทา ยาคลายกล้ามเนื้อ (alpha-blocker) ปรับพฤติกรรม และฟื้นฟูกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หากปวดเรื้อรัง ปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีไข้ ควรพบแพทย์เฉพาะทาง อ่านภาพรวมที่ คู่มือโรคต่อมลูกหมาก หรือ ปรึกษาแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ต่อมลูกหมากอักเสบอันตรายไหม?
ส่วนใหญ่ไม่อันตรายถึงชีวิตและรักษาได้ แต่ชนิดติดเชื้อเฉียบพลันที่มีไข้ควรรีบพบแพทย์ ส่วนชนิดเรื้อรังอาจกวนใจและกระทบคุณภาพชีวิต การวินิจฉัยให้ถูกชนิดช่วยให้รักษาตรงจุด
ต่อมลูกหมากอักเสบหายเองได้ไหม?
ชนิดติดเชื้อต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่ควรรอหายเอง ส่วนชนิดไม่ติดเชื้ออาจดีขึ้นด้วยการปรับพฤติกรรมและฟื้นฟูกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน แต่ถ้าเป็นเรื้อรังควรพบแพทย์เพื่อวางแผนดูแล
ต่อมลูกหมากอักเสบเกิดจากอะไร?
มีทั้งจากการติดเชื้อแบคทีเรียและชนิดไม่ติดเชื้อ (กลุ่มปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง) ปัจจัยกระตุ้นได้แก่ ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ความเครียด นั่งนาน และกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานตึง การหาสาเหตุช่วยเลือกวิธีรักษา
ต่อมลูกหมากอักเสบกับต่อมลูกหมากโตต่างกันไหม?
ต่างกัน อักเสบพบในคนอายุน้อย–กลางและมักมีอาการปวด ส่วนต่อมลูกหมากโตพบตามวัยและเน้นปัสสาวะลำบากโดยไม่ปวด ทั้งสองเป็นคนละโรคและรักษาต่างกัน ควรให้แพทย์วินิจฉัย


